กรณีเมื่อวันที่ 14 ก.ค.65 เวลาประมาณ 16.00 น. ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.สะเดา พบศพนายอุดม หรือ เอียด แซ่เฉี่ย อายุ 57 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่หน้าผากด้านซ้ายจำนวน 1 แผล เป็นเหตุให้เสียชีวิต กระทั่งตำรวจสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาคือ นายสม พงค์อ้าย อายุ 63 ปี จึงได้เชิญตัวมาที่ สภ.สะเดา จากการตรวจสอบประวัติพบว่านายสม มีประวัติต้องโทษ หลบหนีหมายจับของศาล จว.ลำพูน จำนวน 2 หมาย และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคคีสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1.หมายจับที่ 98/2549 ลง 5 ก.ค.2549 ข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” หมายจับมือปืนและผู้ร้ายสำคัญ 2.หมายจับที่ 136/2549 ลง 29 ส.ค.49 ข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเรา

วันที่ 21 ก.ค. 65 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางมายัง ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นมายัง ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา ที่เกิดเหตุ น.ส.เจนจิรา แซ่เฉี่ย อายุ 26 ปี ลูกสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่าเหตุเกิดภายในบ้านที่สวนยาง พื้นที่ 15 ไร่ ซึ่งไม่ใครรู้เห็น แต่ตำรวจตามสืบจนจับกุมตัวได้ พร้อมยอมรับว่านาทีที่พบศพพ่อตนไม่รู้เลยว่าใครทำพ่อ โดยพ่อเป็นชายโสดมานานกว่า 10 ปีแล้ว และมักไป ๆ มา ๆ ระหว่างบ้านใน ต.ปริก กับบ้านในสวนยาง พ่อเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว และทำอาชีพกรีดยางเลี้ยงตนกับน้องชาย และพ่อเป็นคนดีไม่เคยให้ร้ายใคร และไม่มีศัตรูที่ไหน ชาวบ้านก็รักพ่อ เป็นเพื่อนบ้านที่ดี ส่วนตนอยู่ต่างพื้นที่ 1-2 วันถึงจะติดต่อหาพ่อ ซึ่งก่อนน้องชายไปพบพ่อเป็นศพ ตนเองสงสัยว่าพ่อขาดการติดต่อไป และพ่อหายไปไหน ตนจึงให้น้องชายขึ้นไปหาพ่อที่บ้านในสวน ก่อนจะพบว่าพ่อนอนเป็นศพแล้ว เมื่อวันที่ 14 ก.ค. พวกตนไม่รูว่าใครทำพ่อ เพราะคนก่อเหตุใช้ชีวิตปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในวันที่ตำรวจไปจับก็ยังใช้ชีวิตปกติ จึงเป็นเรื่องที่ตกใจมาก เพราะคนก่อเหตุ เป็นดองกับพ่อตน โดยน้องชายตนแต่งงานกับลูกติดภรรยาคนก่อเหตุ แต่หลังแต่งงานพ่อไม่เคยสุงสิง และไม่เคยพูดคุยกันด้วยซ้ำ ดังนั้นพ่อไม่รู้เรื่องของคนก่อเหตุกับภรรยาคนก่อเหตุเลยว่ามีปัญหาอะไรกัน แต่ทราบจากน้องชายว่า มีช่วงที่ผู้ก่อเหตุได้พยายามตามหาเมีย และอ้อนน้องชายให้ช่วยตามหา แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าเมียคนก่อเหตุไปไหน ขณะเดียวกันตนมาได้เบาะแสว่าก่อนวันเกิดเหตุคนก่อเหตุมีการขี่รถไปหาพ่อ ให้พ่อช่วยตามหา แต่พ่อบอกไปแล้วว่า ไม่ยุ่งเป็นเรื่องภายในครอบครัว แต่สุดท้ายกลับมาก่อเหตุยิงพ่อตนทั้งที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

น.ส.เจนจิรา บอกอีกว่า คนก่อเหตุใจร้ายมากที่กระทำกับพ่อตน อีกทั้งได้ฟังคำสารภาพคนก่อเหตุบอกว่าทำไปเพราะคิดไปเอง ตนก็ยิ่งรู้สึกจุกแบบบอกไม่ถูก พ่อไม่รู้เรื่อง แต่ต้องมารับกรรม ยอมรับว่าโกรธแต่ตนก็ทำอะไรไม่ได้ จึงขอให้กฎหมายจัดการให้ถึงที่สุด สำหรับร่างผู้เสียชีวิตทราบว่าครอบครัว

จัดพิธีสวดพระอภิธรรมไปแล้ว ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าเก็บอัฐิพ่อ และได้นำบางส่วนไปลอยอังคาร พร้อมกับเชิญพระสงฆ์ทำบุญเชิญดวงวิญญาณ ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางมายัง ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นมายัง ต.ตะเคียนปม อ.ทุ่งหัวช้าง จ.ลำพูน พูดคุยกับนางสุทา แสนอินต๊ะ อายุ 83 ปี แม่ของนางเกตุแก้ว รัตนแสง หรือ เกตุ ผู้เสียชีวิตที่เคยถูกนายสม ก่อเหตุยิง เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 49 แล้วนายสมก็หลบหนีนั้น

โดยเมื่อปี 49 นางเกตุแก้ว ลูกสาวตัวเอง มีสามีอยู่แล้ว แต่นายสม ผู้ก่อเหตุ เขาได้มาชอบและแอบคบกับลูกสาวตัวเอง ถึงขั้นเคยหนีไปด้วยกัน แต่ลูกสาวถูกนายสม ทำร้ายร่างกายเป็นประจำ จึงหนีมาหาตัวเองที่บ้าน วันเกิดเหตุเป็นช่วงบ่ายของวันที่ 4 ก.ค. 49 ตัวเอง พี่สาว (ป้าของผู้ตาย) หลานสาวผู้ตาย และผู้ตาย อยู่ในเหตุการณ์ 4 คน ไปทำนาอยู่ที่ไร่นา นายสมก็ถืออาวุธปืนตามมาที่ไร่นา และจะก่อเหตุยิงลูกสาวตัวเอง ลูกสาวจึงวิ่งหนีตามคันนา กระทั่งไปสะดุดล้ม นายสมจึงสบจังหวะกระหน่ำยิงลูกสาวประมาณ 10 นัด ตัวเองเข้าไปห้าม โดยการใช้จอบตีนายสม นายสมไม่พอใจจึงหันมายิงตัวเอง 2 นัด กระสุนเฉียดมือ และเข้าที่ท้อง 2 นัด หลังก่อเหตุนายสมได้หลบหนีออกจากพื้นที่ และไม่รู้ว่าเขาหลบหนีไปไหน

สำหรับนายสม ก่อนจะมายิงลูกสาวตัวเอง ตัวเองก็ทราบมาว่าเขาเคยไปก่อเหตุยิงผู้หญิงที่ จ.ลำปาง มาแล้ว 1 ศพ สาเหตุก็มาจากเรื่องชู้สาวเช่นเดียวกัน ตัวเองอยากให้นายสมเขาได้รับโทษสูงสุดประหารชีวิต ให้ตายไปตามลูกสาวตัวเอง เขาเป็นคนมีนิสัยโหดร้าย เป็นบุคคลอันตราย ด้านนางนิตยา รัตนแสง อายุ 57 ปี น้องสาวของนายสม ผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ตั้งแต่นายสม พี่ชาย ก่อเหตุฆ่านางเกตุแก้ว เมื่อปี 49 พี่ชายก็หลบหนีออกจากพื้นที่ และตัวเองก็ติดต่อเขาไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าพี่ชายหลบหนีไปอยู่ที่ไหน กระทั่งตัวเองเพิ่งมาทราบข่าว เมื่อวานนี้ว่านายสมพี่ชายของตัวเองไปฆ่าคนตายที่ จ.สงขลา ยอมรับว่าตัวเองตกใจมาก ไม่คิดว่าพี่ชายจะไปก่อเหตุลักษณะนี้อีก น้องสาวผู้ก่อเหตุเล่าทั้งน้ำตาว่า ตัวเองคิดถึงพี่ชายมาก รอพี่ชายกลับมาหาทุกวัน แต่เขาก็ไม่กลับมา อยากบอกพี่ชายว่าถึงเขาจะชั่วจะเลวแค่ไหน ตัวเองก็รับได้เสมอ ตอนที่เขาอยู่กับตัวเองก็เป็นคนดี ไม่มีนิสัยโหดร้ายแต่อย่างใด หลังจากนี้ตัวเองคงไปเยี่ยมพี่ชายไม่ได้ เพราะไม่มีค่าเดินทาง ถ้าพี่ได้ดูข่าว ก็อยากบอกพี่ว่า “น้องคิดถึงพี่นะ” นายต้นสน (นามสมมติ) อายุ 47 ปี อดีตลูกน้องนายสม ผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ตนเป็นลูกน้องเก่านายสม เห็นรักกับภรรยาดีมาโดยตลอด แต่มีนิสัยติดเหล้าเมา และจะโมโหร้าย แต่พอสร่างเมาก็ทำงานปกติ และเป็นคนสองบุคลิก กระทั่งปี 2564 หลังลูกเลี้ยงแต่งงานมีสามี จู่ ๆ นายสมก็โมโหไล่ฟันลูกเลี้ยง ก่อนทราบสาเหตุว่านายสมหึงหวงลูกเลี้ยง ซึ่งหลังจากนั้น ตนก็แยกไปรับเหมาเองก่อนทราบว่าภรรยานายสมหนีไปอยู่บ้านญาติเป็นเดือน ๆ แต่ตนก็ไม่รู้ว่าทั้งคู่

ทะเลาะกันเรื่องอะไร

สุดท้ายนายสม ถูกตำรวจจับเพราะไปก่อเหตุยิงนายเอียด อ้างว่านายเอียดเป็นชู้กับภรรยาตัวเอง ตนยิ่งงงเพราะมองว่าเป็นไปไม่ได้ และทั้งคู่เป็นดองกัน และไม่ได้สนิทอะไรกันเลย อีกทั้งนายเอียดก็เป็นอดีตคนขี้เมา อายุเยอะ อยู่แต่ในสวน ไม่เคยยุ่งเรื่องผู้หญิง หากมองกันในฐานะคนอายุมาก นายเอียดก็น่าจะเป็นคนที่หมดสภาพทางเพศไปแล้วด้วย จึงมองว่านายสมน่าจะเพี้ยน และคิดไปเอง ส่วนประวัตินายสมเคยเล่าให้ตนฟังว่าเป็นคนมีคดีติดตัว เคยก่อเหตุยิงเพื่อนร่วมงาน เพราะหักหลังกันในวงการก่อสร้างจึงยิงทิ้ง ซึ่งตนก็ไม่สนใจ และไม่คิดว่าหนีคดีมา อีกทั้งนายสมก็ใช้ชีวิตเสรีปกติ ไม่ได้มีพฤติกรรมหวาดกลัว หรือมีพิรุธสงสัยเลย

นางปาน (นามสมมติ) ภรรยาผู้ต้องหา บอกว่า สามีของคิดเองเออเอง เป็นบ้าประสาทกล่าวหาตนเป็นชู้กับญาติ สำหรับนายสมดีมาตลอด ก่อนจะมีพฤติกรรมดังกล่าว ตนยืนยันว่าไม่ได้เป็นชู้กับนายเอียดเลย ตนถามว่าเป็นดองกัน ลูกตนได้กับลูกชายนายเอียดตนจะไปเป็นชู้ได้อย่างไร นางปาน บอกว่า ที่จ.สงขลา ตนไม่มีญาติ วันนี้จะประกาศขายบ้านไม่ขออยู่แล้วบ้านหลังนี้ ยืนยันไม่ได้กลัวว่านายสมจะกลับมาทำร้ายตน แต่ตนรู้สึกเจ็บปวด อยู่ไปก็คิดถึงแต่วันเก่า เพราะทั้งรักและเกลียดนายสม

By Takdam

Leave a Reply

Your email address will not be published.